“ประมวลภาพการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาดุกของเกษตรกรในพื้นที่ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี”
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2564 นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง และคณะนักวิชาการพร้อมเจ้าหน้าที่ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลละหาร นำโดยนายสมศักดิ์ อยู่เจริญ​ นายก​องค์​การบริหาร​ส่วน​ต​ำ​บล​ละ​หาร​ และเจ้าหน้าที่กองส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจเยี่ยมฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาดุกของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานลดต้นทุนด้วยสูตรอาหารของกรมประมง ภายหลังจากการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรได้นำไปประยุกต์ใช้ พบว่าสัตว์น้ำมีการเจริญเติบโตที่ดีและมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด
สำหรับอาชีพเกษตรกรรมและอาชีพการเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากสัตว์น้ำเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์น้ำกันมากขึ้น เพราะขายได้ราคาดี เลี้ยงง่าย และยังช่วยสร้างผลกำไรให้แก่ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจำนวนมาก แต่ปัญหาหนึ่งที่พบ คือ ในการเลี้ยงสัตว์น้ำจำเป็นอย่างยิ่งที่สัตว์น้ำจะต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เพียงพอ สารอาหารต้องมีโภชนาการระดับสูงตามความต้องการของสัตว์น้ำแต่ละชนิด และอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำมักเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป ซึ่งค่อนข้างมีราคาสูง ส่งผลให้เกษตรกรบางรายอาจขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ ในการนี้องค์การบริหารส่วนตำบลละหาร จังหวัดนนทบุรี ได้ร่วมกับกรมประมง จัดฝึกอบรมโครงการ “การผลิตอาหารสัตว์น้ำเพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์น้ำ” ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ตำบลละหารไปเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา โดยได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยถ่ายทอดให้เกษตรกรได้ทำการปรับปรุงสูตรอาหารในการเลี้ยงปลาดุกเพื่อให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยหลังจากที่เกษตรกรได้นำหลักความรู้ในการฝึกอบรมไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์น้ำอย่างเหมาะสม พบว่าสามารถลดต้นทุนค่าอาหารในการเลี้ยงได้ถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์
ด้านนายสะอัส อินเดริด อายุ 71 ปี ปราชญ์เกษตรประจำปี 2562 และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาดุก ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ให้ข้อมูลว่า ตนได้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลาดุกมานานกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาใช้วิธีการเลี้ยงแบบธรรมชาติในบ่อดิน ซึ่งมี 2 บ่อ ขนาด 1.5 งาน 1 บ่อ ปล่อยปลาลงเลี้ยง 20,000 ตัว และขนาด 2 งาน 1 บ่อ ปล่อยปลาลงเลี้ยง 25,000 ตัว แต่เดิมใช้วิธีการให้อาหารโดยนำส่วนผสมของวัตถุดิบทุกอย่างมาบดรวมแบบไม่มีสัดส่วนที่แน่นอน ทำให้คุณภาพอาหารที่ได้จะไม่เหนียวเป็นก้อน เมื่อนำไปให้ปลากินก็จะเหลือเศษอาหารตกค้างในบ่อค่อนข้างเยอะ น้ำเน่าเสียได้ง่าย และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านอาหารจำนวนมาก แต่หลังจากที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงสูตรอาหารในการเลี้ยงปลาดุกจากกรมประมง ปรากฏว่าจากการใช้สัดส่วนในการผสมวัตถุดิบที่เหมาะสมแล้วนำมาบดรวมกันทำให้อาหารมีความเหนียวมากยิ่งขึ้น และเมื่อนำไปให้ปลาในบ่อเลี้ยงจะไม่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สามารถลดสาเหตุของน้ำเสียและลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญช่วยลดทุนในการผลิตอาหารได้จากเดิมมาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงเพียง 5 เดือนสามารถจับผลผลิตเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครัวเรือนได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และกลางแจ้ง
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และแหล่งน้ำ
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และกลางแจ้ง
อาจเป็นรูปภาพของ 9 คน, ผู้คนกำลังยืน และกลางแจ้ง
อาจเป็นรูปภาพของ กลางแจ้ง
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
อาจเป็นรูปภาพของ อาหาร และสถานที่ในร่ม
อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน และผู้คนกำลังนั่ง
อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และผู้คนกำลังยืน
อาจเป็นรูปภาพของ 4 คน, ผู้คนกำลังยืน และผู้คนกำลังนั่ง